เตรียมพร้อมเมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ตตอนน้ำท่วม – Thai Flood Relief

เตรียมพร้อมเมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ตตอนน้ำท่วม

เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ อินเตอร์เน็ตที่บ้านแบบ ADSL ของเราจะใช้ไม่ได้ พร้อมๆกับสายโทรศัพท์ที่ใช้ไม่ได้ ทั้งนี้เป็นเพราะชุมสาย และตู้สัญญาณนั้นอยู่ในระดับถนน ซึ่งถ้ามีน้ำเข้า หรือน้ำท่วมก็จะใช้การไม่ได้ทันที คราวนี้เราก็จะไม่มีอินเตอร์เน็ตที่บ้านใช้ การติดตามข่าวสารจะยากลำบากมากขึ้น  และถ้าเราเกิดเป็นผู้ประสบภัย ต้องยอมรับว่า อินเตอร์เน็ต ก็เป็นช่องทางที่เราจะฝากข่าวให้เพื่อนๆ หรือหาข้อมูลศูนย์พักพิงได้ เรามาดูวิธีการเตรียมพร้อมเพื่อให้เรามีอินเตอร์เน็ตระหว่างน้ำท่วมนี้กัน

เมื่อน้ำท่วม อินเตอร์เน็ตจะใช้ไม่ได้ เพราะชุมสายจมน้ำ สายโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ และที่สำคัญคือ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งทั้งตู้สัญญาณและกล่องโมเด็ม (ADSL Modem) หรือเราเตอร์ (Router) ของท่าน ก็จะใช้ไม่ได้ด้วยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง

ใช้โทรศัพท์มือถือต่ออินเตอร์เน็ต

โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ตโฟน พวก iPhone, Blackberry, Android, Symbian, Windows Phone มีคุณสมบัติต่ออินเตอร์เน็ตได้อยู่แล้ว เร็วหรือช้า มี 3g หรือไม่ก็แล้วแต่รุ่น เราสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านหน้าจอโทรศัพท์ได้เลย ถ้ายังไม่เคยลองต่อ หรือเข้าเว็บจากโทรศัพท์มือถือ ขอให้ลองทดสอบก่อน คุณอาจจะต้องเปิดใช้งาน หรือซื้อแพกเกจอินเตอร์เน็ตเพิ่ม ก็ขอให้สอบถามผู้ให้บริการของท่านเลย

แท็บเล็ต บางรุ่น เช่น Apple iPad (เฉพาะรุ่น 3g) ก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตโดยตรงได้เลยเช่นกัน

 

Tethering ต่อเน็ตผ่านโทรศัพท์

การเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ อาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก ถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เราสามารถใช้วิธี Tethering ได้ มันคือวิธีต่ออินเตอร์เน็ตด้วยคอมพิวเตอร์ผ่านมือถือ แต่ละรุ่นก็จะมีวิธีไม่เหมือนกัน ขอให้ลองศึกษาก่อนว่าจะเชื่อมต่ออย่างไร เผื่อจะต้องใช้

สำหรับคนใช้เครื่องเดส์กทอปตั้งโต๊ะ สถานการณ์นี้คือไม่มีไฟฟ้าใช้ ฉะนั้นก็จะเปิดเครื่องไม่ได้อยู่แล้ว

การทำ tethering มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบผ่าน Wifi และผ่านโปรแกรมเช่น Blackberry Desktop Manager หรือ Nokia PC Suite

ผู้ใช้ BlackBerry สามารถกดต่ออินเตอร์เน็ตได้ ผ่านโปรแกรม Desktop Manager โดยกดปุ่ม Mobile Internet ด้านล่างซ้าย

จัด Air Card สักตัว

อีกวิธีก็คือ การซื้อแอร์การ์ดมาใช้ สมัยนี้ราคาไม่สูงนัก ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท การใช้แอร์การ์ดก็ต้องซื้อซิมการ์ด (SIM Card) โทรศัพท์มาใช้ด้วย ผู้ให้บริการก็จะมีแพกเกจต่างๆ ทั้งแบบเป็นชั่วโมง (time based calculation) และแบบนับจำนวนข้อมูลที่ใช้ (data based calculation) ขอให้สอบถามโดยตรงกับทาง AIS, dtac, True และ TOT

ถ้าใช้ระบบ 3g ขอให้ตรวจสอบก่อนว่า บ้านของเราอยู่ในพื้นที่มีสัญญาณหรือเปล่า และถ้าไม่มี 3g เราใช้ EDGE แทนได้หรือไม่ (พวกกลุ่ม 3g ที่ใช้ 2100 MHz จะไม่สามารถสลับสัญญาณไป EDGE ได้ ถ้าไม่มีสัญญาณ 3g)

ในช่วงเตรียมพร้อมต่อภัยพิบัติ ก็อย่าลืมเช็ควันหมดอายุ และเติมเงินให้พร้อมเสมอ

ซื้อแอร์การ์ดแบบ USB ดีกว่าเพราะไม่ต้องใช้ไฟใดๆ

 

ประหยัดพลังงานให้สุดๆ

และในช่วงที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ภายในบ้าน อย่าลืมปรับโพรไฟล์การใช้งานแบตเตอรี่ของเครื่องโน้ตบุ๊กให้เป็น Power Saver และลดความสว่างหน้าจอลงให้เหลือน้อยที่สุด ปิดเสียง ปิดสัญญาณไวร์เลส (Wireless) และบลูทูธ (Bluetooth) เพื่อประหยัดพลังงาน ชาร์จแบตเตอรี่ของเราให้เต็มเสมอ

ลองอ่านวิธีประหยัดพลังงานของ iPhone และ iOS และแท็บเล็ตหรือ Andriod

ให้ลองทดสอบด้วยว่าเครื่องโน้ตบุ๊กเราอยู่ได้นานแค่ไหน 30 นาที หรือ 3 ชั่วโมง เครื่องเล็กๆพวกเน็ตบุ๊กจะอยู่ได้นานกว่า ถ้าจำเป็นก็ซื้อแบตเตอรี่สำรองไว้สักก่อน ชาร์จเก็บไว้ก็ไม่เสียหาย

สำหรับโทรศัพท์มือถือ สมัยนี้มีชาร์จเจอร์สำรองที่ใส่แค่ถ่านก็สามารถชาร์จโทรศัพท์ได้ เมื่อซื้อชาร์จเจอร์มาแล้ว ก็อย่าลืมดูสายเสียบว่าใช้กับเครื่องรุ่นของเราได้ไหม เมื่อซื้อชาร์จเจอร์สำรองแล้วก็อย่าลืมซื้อแบตเตอรี่มาเก็บไว้ด้วย

Sanyo Eneloop Mobile Booster เอาไว้ชาร์จยามฉุกเฉินได้

 

ทั้งหมดนี้ขอให้เตรียมพร้อมและทดสอบไว้ก่อน เพราะเมื่อภัยมา เราจะมามัวแก้ปัญหา ลงโปรแกรม หรือเติมเงินทีหลังไม่ได้

อย่างไรก็ดี เครือข่ายโทรศัพท์มือถือไม่คงกระพัน ในภาวะอุทกภัยระบบสามารถล่มได้เช่นกัน แต่อย่างน้อยในช่วงยามจำเป็น เรามีโน้ตบุ๊กกับอินเตอร์เน็ตไว้ส่งข่าว ขอความช่วยเหลือ ผ่านทาง Facebook ให้เพื่อนๆของเราช่วย หรือจะเข้าไปค้นหาเบอร์โทรศัพท์สำคัญต่างๆ เพื่อโทรหา ก็เป็นมาตรการอีกหนึ่งอย่างที่เราต้องเตรียมให้พร้อม

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

คำแนะนำในการใช้งานอินเทอร์เน็ตช่วงน้ำท่วม
วิธีง่ายๆช่วยประหยัดแบตมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในช่วงน้ำท่วม

29. October 2011 by thaifloodrelief
Categories: เตรียมตัวและระวังป้องกัน | Tags: , , , | Leave a comment